Traditions through Design

Stories of Silver&Silk was created by Lucija and Titapa, who share a vision to work in the design field with a specific dedication to help preserve local knowledge and traditions. Each design piece tells a story (hence the name) of who created it or how it was born, thus connecting the artist and the product with the customer.

The infinity spiral motif that inspired design of our logo comes from the traditional back ornament used by Dong and Miao tribes. In many cultures a spiral is symbolizing the never ending cycle of life that has neither beginning nor end and has been widely used by numerous Asian ethnic minorities.

คุณฐิตาภา ตันสกุล และ คุณลูเซีย แปราโก มีความสนใจและหลงไหลในการออกแบบที่มีการผสมผสานงานแฮนด์คราฟท์ วัฒนธรรม ธรรมชาติ และความเรียบง่ายเข้าด้วยกัน พวกเธออยากเป็นส่วนหนึ่งในการเก็บรักษา ส่งต่อมรดกทางวัฒนธรรมผ่านสิ่งที่พวกเธอถนัด คือ การดีไซน์ และร่วมกันทำงานกับช่างรายย่อยแขนงต่างๆ ดีไซน์เนอร์จากสองสัญชาติจึงได้ร่วมกันก่อตั้งแบรนด์ สตอรี่ออฟซิลเวอร์แอนด์ซิลค์ ในปี 2555 ดีไซน์แต่ละชิ้นมีเรื่องราวที่แฝงอยู่ จากการออกแบบ การทำด้วยมือด้วยความตั้งใจตามความถนัดของพี่ช่างแต่ละคน ความสวยงามของแต่ละชุมชน ซึ่งเป็นจุดเชื่อมชิ้นงาน และเรื่องราว สู่ผู้ที่หลงไหลงาน Craft แนว minimal contemporary ที่มีกลิ่นอายของวัฒนธรรมที่มีการส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น

ลวดลายเกลียวก้นหอยที่เป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบโลโก้ของเรามาจากเครื่องประดับหลัง แบบดั้งเดิมที่ชาวเขาใช้ในการผูกผ้าห่อเด็กทารกติดกับหลังของผู้เป็นแม่

ในหลายวัฒนธรรม วงก้นหอยเป็นสัญลักษณ์ของวัฎจักรชีวิต ไม่มีจุดเริ่มต้นไม่มีจุดสิ้นสุด มีการใช้กันอย่างแพร่หลายโดยชนกลุ่มน้อยในเอเชียจำนวนมาก

Stories are…

Joy

Co-founder, co-owner, head designer and marketing manager of Stories, Joy is a Bangkok native who believes in sustainable and responsible approach in design where products can truly connect the artisans with consumers thus helping to preserve beautiful Thai arts and crafts.

ผู้ร่วมก่อตั้ง หัวหน้านักออกแบบ และผู้จัดการฝ่ายการตลาดของสตอรี่ออฟซิลเวอร์แอนด์ซิลค์ เกิดที่กรุงเทพ คุณจอยเชื่อมั่นในแนวทางการออกแบบที่ยั่งยืน และพยายามทำในหน้าที่ของนักออกแบบให้ดียิ่งขึ้นทุกๆวัน และต้องการให้ผลิตภัณฑ์เป็นตัวกลางในการเชื่อมโยงช่างฝีมือกับผู้ที่ชื่นชอบเครื่องประดับเงินแนวแฮนด์คราฟท์เช่นคุณ ในการรักษาและสืบสานมรดกทางวัฒนธรรม และงานฝีมือที่สวยงามของคนไทย

Lucija

Co-founder and co-owner, creator, coordinator and art director that calls Thailand her home since 2008, has made her commitment in design field to support the local know-how and traditional skills, by means of creativity, innovation and respect towards ancestral knowledge.

ผู้ร่วมก่อตั้ง ครีเอเตอร์ และอาร์ตไดเร็กเตอร์ ชาวสโลเวเนีย ที่เรียกประเทศไทยว่าบ้านของเธอมาตั้งแต่ปี 2551 จากการเป็นลูกสาวของนัก ประวัติศาสตร์ที่ทำงานร่วมกับพิพิธิภัณฑ์ เป็นรากที่ทำให้เธอมุ่งมั่นในการออกแบบเพื่อสืบสาน ต่อยอดความรู้และทักษะดั้งเดิมของแต่ละท้องถิ่น ผ่านการสร้างสรรค์ นวัตกรรม และความเคารพต่อมรดกทางวัฒนธรรม และความรู้ที่มีการส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น

Ekachai

Born and raised in a Karen hill tribe village in Northern Thailand, where silversmiths traditionally pass their knowledge from generation to generation, it is Ekachai’s expertise and skills that bring our design ideas to life.

เกิดและเติบโตในหมู่บ้านชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยงในภาคเหนือของประเทศไทย ที่ซึ่งความรู้ในการทำเครื่องเงิน ได้รับการถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่นมาช้านาน คุณเอกชัย ครูช่างใจดีที่พร้อมผจญภัยไปกับเรา ร่วมกันออกแบบและสร้างสรรค์ชิ้นงานให้เป็นจริง ทั้งการใช้วิถีการขึ้นชิ้นงานแบบดั้งเดิม และการทดลองอะไรใหม่ๆ ไปด้วยกัน ความเชี่ยวชาญและทักษะของคุณเอกชัย ทำให้แนวคิดการออกแบบของเราเป็นชิ้นงานที่จับต้องได้จริง

 

Preserving the heritage

For us, design represents an occasion to find a creative solution in any given situation. But above all, we believe in the beauty of handmade items and the deeper meaning behind things that are born from ancestral knowledge and in harmony with local customs. Products made in such way do so much more that just bring pleasure to the customer; they create a link between the user and the artisan, they help keep the traditional approach to crafts alive and in continuos evolution, they create an opportunity for the whole community and their welfare and offer a positive inspiration for a better future for everyone.

สำหรับเรา การออกแบบ เป็นการค้นหาทางออก และการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ กับทุกๆ สถานการณ์ แต่เหนือสิ่งอื่นใด เราเชื่อมั่นในความงามของสินค้าแฮนด์คราฟท์ และความหมายที่ลึกซึ้ง เบื้องหลังสิ่งที่กำเนิดจากความรู้ ความชำนาญ ทักษะที่มีการส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น และความสอดคล้องกับประเพณีท้องถิ่น สิ่งของที่ทำขึ้นในลักษณะนี้ ให้มากกว่าการสร้างความพึงพอใจ และประทับใจ ให้กับผู้ใช้งาน แต่เป็นคุณค่าของการเชื่อมโยงผู้ใช้สิ่งของชิ้นนั้นๆ กับ ช่างฝีมือ และชุมชน เป็นการช่วยสืบสานวิถีดั้งเดิมของงานฝีมือให้คงอยู่ และมีวิวัฒนาการเข้ากับวิถีชีวิตในปัจจุบัน ได้อย่างต่อเนื่อง ยั่งยืน สร้างโอกาสให้ชุมชนในภาพรวม และเป็นแรงบันดาลใจเชิงบวกสำหรับวันใหม่ที่ดียิ่งขึ้น สำหรับทุกคน

About Karen Silver

Our silver products are hand crafted in 95-98% Silver by Thai Karen hill-tribe artisans. The Karen are a group of ethnic peoples who reside primarily in southern and southeastern Burma and in northern and north-eastern Thailand. Thai and Burmese hill tribes can be traced back to the 12th century when they are said to have originated from Tibet. With a higher silver content than sterling silver, Karen silver has a weight, bright satin color and feel, all of its own. Every piece is handmade and individual.

Our typically messy, dusty, silver-dust coated working counter in our workshop.

โต๊ะทำงานที่มักจะเต็มไปด้วยฝุ่นเงินในห้องสตูดิโอของ สตอรี่ออฟซิลเวอร์แอนด์ซิลค์

 

Silver is alloyed with other metals to improve its durability. Brass alloy is often used to increase the hardness of silver products. We do not use nickel in our jewelry.

โลหะอื่นๆ มักถูกนำมาผสมกับเงิน เพื่อเพิ่มความแข็งแรงและทนทาน เนื้อเงินบริสุทธิ์จะมีความอ่อน ดัดได้ง่าย แต่ไม่ฉีกขาด หากต้องการทำชิ้นเล็ก และบาง Stories of Silver & Silk นำทองเหลืองมาผสมในจำนวนเล็กน้อยเพื่อเพิ่มความแข็งแรง และให้รูปทรงคงตัว เราไม่ใช้นิกเกิลในเครื่องประดับของเรา จึงไม่ต้องกังวลเรื่องการแพ้

After the melted silver was cast into ingot shape it is then suitable for further processing.

เม็ดเงินบริสุทธ์ที่หลอมในอุณหภูมิสูงจนเหลวแล้วจะถูกนำไปหล่อเป็นแท่ง ก่อนนำมาแปรรูปต่อไป

Silver is passed into rolling mill to reduce metal thickness and to furthermore create wire with various profiles (square, half-round or round wire). We also use it to create sheet from ingots.

แท่งเงินถูกรีดด้วยเครื่องรีดเพื่อลดความหนา ทำให้กลายเป็นแผ่นหนา บาง หรือ เป็นเส้นเงิน ขนาดและรูปแบบต่างๆ เช่น เส้นสี่เหลี่ยม เส้นครึ่งวงกลม เส้นกลม ก่อนนำไปประกอบเป็นชิ้นงาน

We often use silver wire that offers great varieties for jewelry-making – various wire profiles and thicknesses mean endless possibilities of designs, and the surface can also be altered to make pieces even more unique.

เรามักใช้ลวดเงินในการทำเครื่องประดับ – ขนาด ลักษณะเส้นลวด และ ความหนาที่หลากหลาย หมายถึงความเป็นไปได้ในการออกแบบที่ไม่รู้จบ และยังสามารถปรับเปลี่ยนพื้นผิวด้วยการตี ทุบ ตอก ขัด เพื่อให้ชิ้นงานมีความพิเศษยิ่งขึ้น

Adding patterns is a great way to manipulate silver surface and the results can be surprising, as well as unique. Various materials can be passed into rolling mill together with silver sheet and the patterns are thus stamped onto the surface.

การสร้างลวดลายบนพื้นผิวเป็นวิธีทีดีวิธีหนึ่งในการเพิ่มความโดดเด่นให้เห็นความสวยงามที่แท้จริงของโลหะเงิน เรารีดเงินกับวัสดุรอบตัวต่างๆ เช่น ฝักหางนกยูง และ กระดาษทราย เพื่อสร้างลวดลายแปลกใหม่ประทับลงบนพื้นผิว ผลลัพธ์ที่ได้ทั้งน่าทึ่งและไม่เหมือนใคร

Fabrics and dry organic materials are our favourite means of obtaining beautifully embossed surface designs. Interesting effects can also be achieved by chiseling or by creating streaks with the narrow part of the straight-peen hammer.

ผ้าและวัตถุดิบจากธรรมชาติ เป็นหนึ่งในวัตถุดิบโปรดของเราในการสร้างพื้นผิวบนแผ่นเงิน นอกจากนั้น การใช้ค้อนปลายแหลมทุบเป็นเส้นริ้ว หรือ ค้อนหัวมนทุบเป็นรอยโค้งบุ๋ม และการใช้ตัวตอกลวดลายต่างๆ ก็เป็นการสร้างเอฟเฟกต์ที่น่าสนใจอีกทางหนึ่ง

Many of our objects are created by first cutting the shape out of a fine silver sheet. These shapes can then be folded, bevelled, punched, dapped or otherwise treated into final pieces.

ชิ้นงานหลายๆชิ้นของเรา เริ่มจากการตัดแผ่นเงินให้เป็นรูปทรงที่ต้องการ แล้วจึงนำมาพับ ตอกยกนูน เจาะ และเชื่อมงาน

Pattern-stamping is a favourite technique with the Karen silversmiths as they have such a vast variety of traditional patterns. Round flower shape stamp that we often use is called “Podduang” which in the past was used to decorate silver money (the term in fact stands for old Thai money).

การตอกลายเป็นเทคนิค ที่ช่างเงินกะเหรี่ยงมักใช้ เป็นเอกลักษณ์ โดยมีลวดลายแบบดั้งเดิมมากมาย เช่น ลายก้นหอย ลายพดด้วง ซึ่งในสมัยก่อนเคยใช้ประทับบนเงินที่ใช้เป็นตัวแทนการแลกเปลี่ยนสิ่งของ

Fine tuning of edges or refining the shape, but also adding a scratch-effect on the surface, sand paper, hand files or polishing stones are some of the most basic and also most often used tools in our workshop.

การใช้ตะไบและหินหยาบในการขัดชิ้นงานเพื่อเก็บรายละเอียดที่ขอบและพื้นผิว ทำให้ได้รูปทรงที่ต้องการ ขัดลบความคมของรอยตัด ทั้งยังเพิ่มเอฟเฟกต์ “ขนแมวเป็นเส้นบางๆ เล็กๆ บนพื้นผิว ที่เป็นเอกลักษณ์พื้นฐานในงานของเรา กระดาษทราย ตะไบมือ หรือหินขัด เป็นเครื่องมือประจำที่ใช้บ่อยที่สุดในสตูดิโอของ สตอรี่ออฟซิลเวอร์แอนด์ซิลค์

Finished products are dipped into water with detergent and gently brushed to bring out the beautiful luster typical of high-purity silver that we always use in all our products.

ชิ้นงานที่ประกอบและขัดเสร็จแล้ว จะถูกนำมาล้างให้สะอาด และขัดฝุ่นผง หรือรอยที่เกิดจากการเชื่อมออก โดยการจุ่มในน้ำผงซักฟอก น้ำสบู่ หรือน้ำละลายสารส้ม แล้วขัดด้วยแปรงทองเหลือง และฟองน้ำ เพื่อให้เห็นความผ่อง สวยตามแบบฉบับของเงินบริสุทธิ์ 95-98% ที่เป็นพื้นฐานของชิ้นงานทั้งหมดของเรา

Our typically messy, dusty, silver-dust coated working counter in our workshop.

 

Silver is alloyed with other metals to improve its durability. Brass alloy is often used to increase the hardness of silver products. We do not use nickel in our jewelry.

After the melted silver was cast into ingot shape it is then suitable for further processing.

 

Silver is passed into rolling mill to reduce metal thickness and to furthermore create wire with various profiles (square, half-round or round wire). We also use it to create sheet from ingots.
We often use silver wire that offers great varieties for jewelry-making – various wire profiles and thicknesses mean endless possibilities of designs, and the surface can also be altered to make pieces even more unique.
Adding patterns is a great way to manipulate silver surface and the results can be surprising, as well as unique. Various materials can be passed into rolling mill together with silver sheet and the patterns are thus stamped onto the surface.
Fabrics and dry organic materials are our favourite means of obtaining beautifully embossed surface designs. Interesting effects can also be achieved by chiseling or by creating streaks with the narrow part of the straight-peen hammer.
Many of our objects are created by first cutting the shape out of a fine silver sheet. These shapes can then be folded, bevelled, punched, dapped or otherwise treated into final pieces.
Pattern-stamping is a favourite technique with the Karen silversmiths as they have such a vast variety of traditional patterns. Round flower shape stamp that we often use is called “Podduang” which in the past was used to decorate silver money (the term in fact stands for old Thai money).
Fine tuning of edges or refining the shape, but also adding a scratch-effect on the surface, sand paper, hand files or polishing stones are some of the most basic and also most often used tools in our workshop.
Finished products are dipped into water with detergent and gently brushed to bring out the beautiful luster typical of high-purity silver that we always use in all our products.

เครื่องเงินของ สตอรี่ออฟซิลเวอร์แอนด์ซิลค์ ทำจากเงินบริสุทธิ์ 95-98% โดยชิ้นงานที่มีความหนา จะแทบไม่มีการผสมส่วนประกอบอื่นเลย เราผสมทองเหลืองในชิ้นงานที่เป็นชิ้นบางหรือชิ้นเล็ก เพื่อเพิ่มความแข็งแรงของชิ้นงานตามที่จำเป็นเท่านั้น เพราะต้องการให้ได้ความสวยงามของเนื้อเงินแท้ๆ ทำด้วยมือช่างในชุมชนกะเหรี่ยง ซึ่งเป็นหนึ่งในชาวเขาที่มาอาศัยอยู่ในภาคใต้และตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศพม่า และในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย สืบย้อนไปถึงศตวรรษที่ 12 กล่าวกันว่าชาวกะเหรี่ยงมีต้นกำเนิดมาจากทิเบต และเดินทางย้ายถิ่นฐานมา โดยเครื่องเงินที่ประดับตัวนั้นใช้ในการแลกเปลี่ยนเป็นค่าใช้จ่าย และใช้แสดงสถานะทางสังคม แต่ละบ้านจะมีการส่งต่อเครื่องเงินชิ้นสำคัญให้กับรุ่นลูกรุ่นหลานของตระกูล

ด้วยปริมาณเนื้อเงินที่สูงกว่าเงินสเตอร์ลิง (92.5) เงินกะเหรี่ยงมีน้ำหนัก ความผ่องนวล ที่เป็นเอกลักษณ์ในแบบฉบับของตนเอง ทุกชิ้นทำด้วยมือ ด้วยเครื่องมือน้อยชิ้น และไม่มีชิ้นใดที่จะเหมือนกัน 100% ซึ่งเป็นเสน่ห์อันน่าหลงใหลของงานฝีมือ

Our Sustainable Approach

Stories of Silver&Silk’s mission is to move beyond quantitative profits and create solutions for the socioeconomic problems within the communities where products are produced. In Thailand the richest 20% of the population owns 60% of the generated income while the poorest 20% of the population only owns 4%. Stories of Silver&Silk hopes to lessen this disparity by creating opportunities for the low income population in rural communities to lead a sustainable lifestyle without disrupting their traditional ways.

เป้าประสงค์หนึ่งของ สตอรี่ออฟซิลเวอร์แอนด์ซิลค์ คือการมองมากกว่าผลกำไรเชิงปริมาณ เราพยายามพัฒนาตนเอง และสร้างแนวทางแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ และสังคมภายในชุมชนช่างฝีมือและผู้ผลิตชิ้นงานของเรา เช่น การทำงานร่วมกับ ทั้งช่างเงิน ช่างไม้ และ ช่างเย็บผ้า ในหมู่บ้าน ให้อิสระในการวางแผนการทำงานเอง การร่วมกันแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในการพัฒนาชิ้นงาน และการจ่ายค่าแรงที่ถี่กว่าการจ่ายรายเดือน

ในประเทศไทย ประชากรที่ร่ำรวยที่สุด 20% เป็นเจ้าของรายได้กว่า 60% ของประเทศ ในขณะที่ประชากรที่ยากจนที่สุด 20% มีรายได้เพียง 4% ของรายได้ประชากรไทยทั้งหมด สตอรี่ออฟซิลเวอร์แอนด์ซิลค์ หวังว่าจะเป็นพลังเล็กๆ ที่จะลดความเหลื่อมล้ำนี้ โดยการสร้างโอกาสให้กับช่างฝีมือ และเพื่อนในชุมชนห่างไกล เพื่อให้สามารถทำงานและมีความเป็นอยู่ที่ดีในชุมชนบ้านเกิด ดำเนินชีวิตได้อย่างมีความสุขและยั่งยืน

“It’s all started with a shared passion for design and tradition.”